Motorsport News

Motorsport News

ตารางแข่งขัน MotoGP™ 2019 พร้อมบทวิเคราะห์ทั้ง 19 สนาม

25 ก.พ. 2562

           

            ฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมาวงการ Motorsport ในเมืองไทยได้อยู่ในความสนใจของคนไทยมากขึ้น จากที่มีการจัดการแข่งขัน MotoGP™ ศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบระดับโลก ที่สนาม Chang International Circuit บุรีรัมย์ ช่วงเดือนตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาเปิดปฏิทินการแข่งขัน MotoGP ของปี 2019 ว่าปฏิทินในฤดูกาลหน้ามีรายละเอียด วันใด สถานที่ไหนบ้าง พร้อมบทวิเคราะห์ความเด็ดในแต่ละสนาม รับรองว่าดุเดือดและน่าติดตามไม่แพ้ฤดูกาลที่ผ่านมาแน่นอน

            หลังจากสมาพันธ์รถจักรยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ็ม เผยปฏิทินการแข่งขัน MotoGP™ 2019 ออกมา ความดุเดือดในวงการนักบิด Motorsport ก็ปะทุขึ้น เราตามมาดูกันว่าปฏิทินการแข่งขันปี 2019 จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยสนามใด

 

สนาม 1 : Losail International Circuit ประเทศกาตาร์ (QATAR GP) : 10 มีนาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Losail International Circuit อยู่บนภูมิประเทศที่เป็นทะเลทราย ทำให้สภาพอากาศมีความร้อนสูง ส่งผลให้สนามนี้เป็นสนามหนึ่งเดียวของ MotoGPTM ที่มีการแข่งขันในเวลากลางคืน ซึ่งจัดเป็นสนามแบบ Night Race ที่สร้างระบบมาเพื่อรองรับการแข่งขันในช่วงเวลานี้ และความแตกต่างนี้เองทำให้ตัวนักแข่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ท้าทายมากเลยทีเดียว

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 10 หักซ้ายเกือบ 90 องศา ด้วยลักษณะโค้งต้องใช้ความกล้าและสมาธิสูง โค้งนี้ถือเป็นโค้งแห่งการแซงของเหล่านักแข่ง ต่อมาคือโค้งที่ 16 โค้งสุดท้ายชี้ชะตาก่อนจะได้เปิดคันเร่งเต็มกำลังกับทางตรงข้างหน้าก่อนเข้าเส้นชัย

 

 

 สนาม 2 : Termas de Río Hondo Circuit ประเทศอาร์เจนตินา (ARGENTINA GP) : 31 มีนาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Termas de Río Hondo Circuit เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2008 โดยในปี 2014 มีการปรับให้ทันสมัยมากขึ้นให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน สนามแห่งนี้ความท้าทายอยู่ที่ความสมบูรณ์ของสนาม การผสมผสานที่สามารถอัดอัตราเร่งได้ถึงขีดสุด เหยียบให้ถึงท็อปสปีด และทำไฮสปีดในโค้งได้ภายในสนามเดียวจึงทำให้นักแข่งหลายคนหลงรักสนามในความสมบูรณ์นี้

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 3 โค้งยูเทิร์นที่มีความลาดเล็กน้อยซึ่งเป็นจุดอันตราย นักแข่งจะใช้โค้งที่ 2 เป็นตัวช่วยส่งแรงเหวี่ยงให้ผ่านยูเทิร์น หากใครคำนวณพลาดอาจเกิดการหลุดโค้งได้

 

 

สนาม 3 : Circuit of the Americas ประเทศสหรัฐอเมริกา (AMERICAS GP) : 14 เมษายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Circuit of the Americas นี้ถูกบรรจุในการแข่ง MotoGP™ เมื่อปี 2013 รูปแบบของสนามได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้เป็นสนามแข่งขันรถ Formula 1 ทำให้มีโค้งหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโค้งหักศอกที่มีความโหด และยังมีทางตรงที่มีช่วงระยะทางยาวที่สุดในการแข่งขันรายการนี้ด้วย เสน่ห์อีกอย่างของสนามนี้ คือ Grandstand ที่สูง 133 ฟุต ที่ทำให้เหล่าแฟนที่มาเชียร์ได้เห็นความสวยงามของสนามและการเปิดฉากการแข่งอันดุเดือดของสนามนี้ได้อย่างเด่นชัด

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 11 เป็นโค้งก่อนทางตรง ซึ่งทางตรงนี้นักแข่งสามารถเร่งความเร็วสูงสุดออกมาเพื่อฉีกหนีจากนักแข่งคนอื่น ๆ หรือพลิกจากผู้ตามเป็นผู้นำได้

 

 

สนาม 4 : Circuit de Jerez ประเทศสเปน (SPANISH GP) : 05 พฤษภาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Circuit de Jerez เป็นสนามที่มีความเป็นมายาวนานกับรายการนี้บรรจุมาตั้งแต่ปี 1985  และยังเป็นสนามยอดนิยมของเหล่าบรรดาทีมนักแข่งในการทดสอบความเร็ว ความยอดนิยมนี้มาจากตัวสนามมีความลาดชันที่น้อย แทร็กมีขนาดกว้าง ทำให้สนามนี้เหมาะแก่การฝึกพร้อมรับศึกเพื่อเป็นเจ้าแห่งความเร็ว

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 6 ยูเทิร์นพ้นจากทางตรงที่นักแข่งอัดความเร็วกันมาเต็มเหนี่ยวหากเพลินจากการบิด โค้งยูเทิร์นนี้รอปราบเซียนอยู่อย่างแน่นอน

 

 

สนาม 5 : Le Mans ประเทศฝรั่งเศส (FRENCH GP) : 19 พฤษภาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Le Mans ความโด่งดังของสนามนี้ คือการแข่งขันกีฬา “The 24 Hours of Le Mans” เป็นการแข่งขันรถที่ต้องขับด้วยความเร็วสูงต่อเนื่องกัน 24 ชั่วโมง วัดประสิทธิภาพความทนทานของตัวรถและตัวนักแข่ง ทำให้สนามนี้เป็นอีกหนึ่ง Landmark ที่เหล่าแฟน ๆ จับตามอง สำหรับ MotoGP™ ที่นี่ถือว่าเป็นสนามที่ต้องใช้เทคนิคควบคุมเบรกมากกว่าสนามอื่น ๆ เนื่องด้วยตัวสนามที่ประกอบไปด้วยโค้งที่สุดแสนโหดกว่า 14 โค้ง ที่บังคับให้นักแข่งต้องใช้เทคนิคควบคุมเบรกเพื่อทำเวลาให้ดี และมีโค้งตัว S ที่เป็นจุดวัดใจและความสามารถของนักบิด

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 13 และ 14 โค้งแคบและต่อเนื่อง โค้งพลิกโอกาสคว้าชัยชนะให้บรรดาเหล่านักแข่งได้ ด้วยตัวโค้งต้องอาศัยจังหวะเข้าโค้งอย่างต่อเนื่องและควบคุมความเร็วในโค้งให้ดี เพื่อนำเข้าสู่ทางตรงวัดใจด้านหน้าที่สามารถเปิดคันเร่งของมอเตอร์ไซค์ได้เต็มกำลัง

 

 

สนาม 6 : Autodromo di Mugello ประเทศอิตาลี (ITALIAN GP) : 02 มิถุนายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Autodromo di Mugello ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเมืองฟลอเรนซ์ ถูกขนานนามว่าเป็นสนามแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบที่สวยงามที่สุด ทั้งด้านทิวทัศน์อันงดงาม สภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และด้านการออกแบบของสนามที่มีโค้งความเร็วสูงและต่ำ ทั้งซ้ายและขวาผสานกันอย่างลงตัว ทำให้สนามนี้เป็นอีกหนึ่งสนามที่พลาดไม่ได้ของเหล่าแฟน ๆ Motorsport และเหล่าบรรดานักแข่ง

            โค้งไฮไลท์ : ระหว่างโค้งที่ 6 และ 7 มีลักษณะทางตรงสั้นเชื่อมกันอยู่ เป็นจุดที่ผู้นำมักถูกแซง เนื่องจากลักษณะโค้งถัดไปถูกวางไว้ให้นักบิดต้องชะลอความเร็วเพื่อเตรียมตัวเข้าโค้งต่อไป 

 

 

สนาม 7 : Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน (CATALAN GP) : 16 มิถุนายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ถือเป็นสนามที่ทันสมัยที่สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิเช่น ร้านอาหาร ศูนย์สื่อสารต่าง ๆ รวมถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ความท็อปฟอร์มของสนามนี้ทำให้นักแข่งหลายคนอยากจะท้าทายคือความสมบูรณ์แบบของตัวสนาม มีโค้งแบบไฮสปีด ที่สามารถทำความเร็วในการเข้าและออกโค้งได้อย่างสนุก ได้เปิดคันเร่งอย่างเต็มที่ มีโค้งต่อเนื่องหลายจุด ทำให้การเซทอัพตัวรถและยาง จำเป็นต้องเสริมในส่วนของขอบยางมาเพื่อรองรับการขับขี่ในสนามแห่งนี้

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 3 ต่อเนื่องยาวไปโค้งที่ 4 ตัวโค้งเป็นโค้งยาวสามารถไต่ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ถ้านักแข่งสามารถบิดเข้าโค้งไฮสปีดนี้ได้ เขาจะได้เปรียบผู้แข่งขันคนอื่นได้ทันที           

 

 

สนาม 8 : TT Circuit Assen ประเทศสเปน (DUTCH GP) : 30 มิถุนายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม TT Circuit Assen ถือว่าเป็นสนามที่ใช้ระยะเวลาอันสั้นในการสร้างเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น สนามแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “The Cathedral” จากเหล่าแฟน ๆ ของ MotoGP™  อีกหนึ่งความอันตรายของสนาม TT Circuit Assen แห่งนี้ คือสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างมาก ไม่ว่าจะฝนตก มรสุม ลมแรง ทำให้นักแข่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ในการแข่งขันจะมีการใช้เบรกและการเปิดหน้ายางอยู่บ่อยครั้ง นักแข่งจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 16 17 18 เป็นโค้งตัว S ก่อนเข้าทางตรง Grandstand ต้องมีทักษะการเบรกและพลิกตัวอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้ทำความเร็วอย่างต่อเนื่องพร้อมบิดคันเร่งสู่ชัยชนะ

 

 

สนาม 9 : Sachsenring ประเทศเยอรมนี (GERMAN GP) : 07 กรกฎาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Sachsenring สนามที่มีระยะทางรวมสั้นที่สุดในการแข่งขัน MotoGP™  มี Layout ของสนามถึง 3 รูปแบบปรับไปตามความเหมาะสมของรายการแข่งขัน มีจำนวนโค้งด้านซ้ายโค้งด้านขวาที่ต่างกันอยู่มาก ทำให้ช่วงหลังของการแข่งขันตัวยางด้านซ้ายจะบางมากกว่าด้านขวา เพราะผ่านการใช้งานที่หนักกว่า ตัวนักแข่งเองต้องคำนึงถึงการใช้ยางมากเป็นพิเศษ ความต่างนี้เชื่อมโยงถึงนักแข่งเรื่องความถนัดซ้ายขวา จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักแข่งหลายคนนำมาเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบ

            โค้งไฮไลท์ : ระหว่างโค้ง 12 และ 13 เป็นทางตรงเชื่อมระหว่าง 2 โค้ง ที่นักแข่งจะเปิดคันเร่งแซงกัน แต่ด้วยตัวโค้งมีความลาดเอียง ทำให้ความเร็วจากการเร่งจะเพิ่มขึ้น หากนักแข่งท่านใดไม่ระวัง โค้งที่ 13 นี้เองก็จะรอปราบคุณให้ไถลหลุดโค้งได้

 

 

สนาม 10 : Automotodrom Brno ประเทศสาธารณรัฐเช็ก (CZECH GP) : 04 สิงหาคม 2019

            ลักษณะสนาม : Automotodrom Brno เป็นสนามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสถานที่ที่เป็นแอ่งกระทะทำให้พื้นผิวสนามมีลูกเล่นไล่ระดับไปกับภูมิประเทศแบบเนินเขา ตัวสนามมีการลัดเลาะผ่านแนวป่าและโค้งอันซิกแซก นักแข่งจึงต้องเตรียมความพร้อมกับเส้นทางเนินเขาให้ดี เพื่อมาท้าทายความภูมิประเทศนี้

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 10 เป็นรูปแบบของโค้งไฮสปีดที่นักแข่งจะลดความเร็วจากทางตรงเพื่อมาวัดใจกันในโค้งนี้

 

 

สนาม 11 : Red Bull Ring - Spielberg ประเทศออสเตรีย (AUSTRIA GP) : 11 สิงหาคม 2019

            ลักษณะสนาม : Red Bull Ring เป็นสนามที่จะได้แสดงศักยภาพของรถในเรื่องของการใช้ความเร็วสูงสุด โดยทางตรงของสนามนั้นมีความลาดชัน จุดโค้งของสนามมีความอันตรายและความยากในการใช้คันเร่ง ด้วยรูปแบบของสนามที่มีความสูงต่ำสลับกันไปมา เมื่อถึงทางตรงบรรดานักบิดจะเปิดคันเร่งอย่างเต็มที่เพื่อการเป็นผู้นำ

            โค้งไฮไลท์ : ในสนามนี้ถือว่าไม่มีไฮไลท์ในเรื่องของโค้งมากนัก เนื่องจากตัวสนามมีสัดส่วนทางตรงมากกว่า แต่ยังมีจุดไฮไลท์อีกแบบ คือ รูปแบบของสนามที่มีความสูงต่ำสลับกันไปมาในทางตรงยาว ทำให้นักแข่งต้องสมดุลระหว่างการเปิดคันเร่งและเบรก

 

 

สนาม 12 : Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ (GREAT BRITAIN GP) : 25 สิงหาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Silverstone Circuit มีระยะทางของสนามยาวที่สุดในบรรดาสนามที่ใช้ในการแข่งขัน Moto GP™ ทั้งหมด จึงทำให้มีจำนวนรอบการแข่งน้อยกว่าสนามอื่นซึ่งมีเพียง 20 รอบ นอกจากนี้ยังมีโค้งที่สลับด้านซ้ายขวาต่อเนื่อง คอยท้าทายความสามารถของนักบิดผ่านการควบคุมคันเร่ง ความเร็ว และการเบรก

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 14 มี ทางตัด 90 องศา ก่อนเข้าโค้งนี้มีเส้นทางตรงระยะสั้นหลังจาก 12 และ 13 บังคับให้นักแข่งเปิดคันเร่งเพื่อขึ้นเนินในโค้งที่ 14 ทำให้นักแข่งหลายคนอาจไม่ระวังตัวจากองศาของตัวโค้งนี้ที่รอปราบเซียนอยู่

 

 

สนาม 13 : Marino World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี (SAN MARINO GP) : 15 กันยายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนามแห่งนี้มีศักยภาพที่รองรับการแข่งขันทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เป็นสนามที่มีพลังงานสะอาดและระบบที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยมลพิษ ไฮไลท์เด็ดสำหรับเหล่านักแข่ง คือทางตรงยาวในหลายจุดที่สามารถใช้ความเร็วได้เต็มที่และวัดความเป็นผู้นำได้ แต่ก็มีจุดที่นักแข่งต้องระวัง คือสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง ทำให้มีโอกาสฝนตกบ่อยจนกลายเป็นการแข่งแบบ Wet Race

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 14 หลังจากผ่านการเร่งความเร็วมากับระยะทางที่ยาว จะต้องเจอกับโค้งตัว U นี้ ที่ต้องผ่อนคันเร่งและเบรกลงมาเพื่อให้รักษาสมดุล หากนักแข่งไม่ระวังอาจจะพลาดไถลออกโค้งได้

 

 

สนาม 14 : Motorland Aragon ประเทศสเปน (ARAGON GP) : 22 กันยายน 2019

            ลักษณะสนาม : Motorland Aragon เป็นสนามที่มีความครบครัน ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย โรงแรม แหล่งช้อปปิ้ง และศูนย์วิจัยการกีฬา สนามนี้มีสถิติการแข่งขันสำหรับนักแข่งของทีม Repsol Honda อย่าง Marc Márquez ซึ่งเป็นผู้ที่คว้าชัยชนะมากที่สุดถึง 4 ครั้งด้วยกัน ในปี 2015, 2016, 2017 และ 2018 ต้องติดตามกันว่าเด็กระเบิดผู้นี้จะทุบสถิติชนะ ครั้งที่ 5 ในปีนี้ได้หรือไม่

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 16 โค้งตัดสินชะตาของนักแข่ง ก่อนที่จะได้เปิดคันเร่งเต็มกำลังสูบในทางตรงยาว 968 เมตรก่อนเข้าสู่ Grandstand

 

 

สนาม 15 : Chang International Circuit ประเทศไทย (Thai GP) : 06 ตุลาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Chang International Circuit เป็นสนามแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย และในฤดูกาลที่ผ่านมา สนามแห่งนี้มีผู้เข้าชมการแข่งขันมากสูงสุดในฤดูกาล สนามมาตรฐานระดับโลกเพียงหนึ่งเดียวในไทย ถูกสร้างเมื่อปี 2014 ได้รับการออกแบบจาก Hermann Tilke ชาวเยอรมัน อดีตนักแข่งและสถาปนิกที่ผ่านการออกแบบสนามแข่งระดับโลกหลาย ๆ แห่ง เช่น Motorland Aragon, Circuit of the Americas, Sepang International Circuit

            ตัวสนามมีการออกแบบให้มีผิวทางที่มีความเรียบสูงเป็นพิเศษ เพื่อรับแรงเฉือนและแรงบิดจากความเร็วของรถแข่ง แต่มีความฝืดที่ให้ความปลอดภัยในการขับเมื่อเร่งความเร็วสูงสุด ความพิเศษของสนามอีกหนึ่งอย่าง คือสามารถรองรับการแข่งขัน Formula 1 ได้อีกด้วย เพราะเป็นสนามที่สามารถทำความเร็วได้กว่า 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง รวมถึงความเร็วในโค้งร่วม 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยตัวสนามมีความร้อนสูง ทำให้ต้องเลือกใช้ยาง Hard และเป็นสนามที่ทดสอบฝีมือนักแข่งเป็นอย่างมาก เพราะจะต้องวิ่งเพื่อรักษายางไว้ให้ได้จนถึงรอบสุดท้าย โดยจะมีโอกาสเพียงแค่ไม่กี่รอบเท่านั้นที่สามารถวิ่งเต็มกำลังได้ ซึ่งสามารถท้าทายความสามารถของนักแข่ง MotoGPTM ระดับโลกได้เป็นอย่างดี

            โค้งไฮไลท์ : โค้งสุดท้ายโค้งที่ 12 เป็นโค้งวัดชะตาก่อนเข้าทางยาวนำสู่เส้นชัย เป็นโค้งที่ออกแบบมาเพื่อที่ให้ผู้ตามสามารถกลายเป็นผู้นำด้วยจังหวะเพียงพริบตาภายในโค้ง ด้วยการเบรกเข้าโค้งทำความเร็วเข้าประกบผู้นำก่อนหาจังหวะสไลด์ตัวออกจากโค้งและเปิดคันเร่งสุดกำลังเพื่อวิ่งคว้าชัยชนะ อย่างที่ Marc Márquez เด็กระเบิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โค้งที่ 12 คือโค้งแห่งชัยชนะด้วยการคว้าโพลโพสิชันอันดับหนึ่งสนาม Chang International Circuit ในศึก MotoGP™ 2018

 

 

สนาม 16 : Twin Ring Motegi ประเทศญี่ปุ่น (JAPANESE GP) : 20 ตุลาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Twin Ring Motegi แห่งนี้มีสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องไปสัมผัสให้ได้ คือ Honda Collection Hall พิพิธภัณฑ์ที่เก็บประวัติศาสตร์ทุกเรื่องของฮอนด้า ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยานติดเครื่องยนต์คันแรก รถแข่งในรายการมอเตอร์สปอร์ตที่ฮอนด้าเข้าร่วมและคว้าชัยในสนามแข่งต่าง ๆ รวมถึงต้นแบบหุ่นยนต์อาซิโมก่อนจะเป็นหุ่นยนต์ขวัญใจคนทั่วโลก สำหรับตัวสนามในการแข่งขัน MotoGP™ นั้นมีความโหดของสนามด้านการรักษาสภาพผ้าเบรกของนักแข่ง เนื่องจากต้องใช้เบรกเยอะมากในสนามนี้ จึงอาจจะทำให้ผ้าเบรกเสื่อมก่อนจบรอบ อาจจะทำให้ไปไม่ถึงเส้นชัยได้

            โค้งไฮไลท์ : สนามนี้มีโค้งตัว U อยู่หลายจุด เบรกจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการแข่งของนักแข่ง การใช้เบรกจึงต้องสัมพันธ์ในการเข้าโค้ง หากคำนวณผิดพลาดในช่วงท้ายอาจพลาดเสียอันดับให้นักบิดคนอื่นได้

 

 

สนาม 17 : Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย (AUSTRALIAN GP) : 27 ตุลาคม 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Phillip Island สนามใกล้ชายทะเล ที่มีวิวทิวทัศน์การแข่งขันผสานกับวิวทะเลที่ทอดยาวสุดสายตา สนามแห่งทัศนียภาพที่แฟน ๆ MotoGP™ ต้องไปสัมผัสกันให้ได้สักครั้ง สำหรับสนามแห่งนี้ความสวยงามไม่ทำให้ความโหดหินนั้นลดลง เป็นอีกหนึ่งสนามที่มีมุมมองในโค้งเป็นมุมปิด ยากต่อการมองเห็นของนักแข่ง จึงมีการทำความเร็วได้ไม่มาก ตัวนักแข่งเองจึงต้องใช้รอบทดสอบสนามทำความเข้าใจในตัวสนามเป็นอย่างมาก
            โค้งไฮไลท์ : โค้ง 10 เป็นทางโค้งแคบแบบปิดมุมลักษณะตัว V ซึ่งยากต่อการมองเห็น และต้องใช้ความเร็วสูงเพื่อจะรักษาพ้นโค้งให้ได้ ทำให้นักแข่งต้องใช้ทักษะและกระบวนการแก้ปัญหาที่ดี

 

 

สนาม 18 : Sepang International Circuit ประเทศมาเลเซีย (MALAYSIAN GP) : 03 พฤศจิกายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนาม Sepang International Circuit สนามแห่งความเร่าร้อน คลื่นความร้อนจากภูมิประเทศแผ่สู้กับฟอร์มความร้อนแรงของนักแข่ง สนามแห่งนี้ต้องใช้ทักษะในการขับขี่ที่ค่อนข้างสูง ทั้งการควบคุมรถ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะเป็นสนามลูกครึ่งที่มีส่วนผสมของทางไฮสปีด และทางไฮคอนโทรล บางครั้งหากฝนตกในการแข่งขันอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนรถในขณะนั้นได้

            โค้งไฮไลท์ : โค้งที่ 15 เนื่องจากมีทางตรงก่อนเข้าและหลังออกจากโค้ง นักแข่งจึงใช้ความเร็วอย่างเต็มกำลังสูบในทางตรงเหล่านี้ แต่โค้งที่ 15 นี้ก็เป็นกับดักที่จะวัดการควบคุมคันเร่งและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี

 

 

สนาม 19 : Circuit Ricardo Tormo ประเทศสเปน (VALENCIA GP) : 17 พฤศจิกายน 2019

            ลักษณะสนาม : สนามปิดท้ายฤดูกาล หรือที่รู้จักกันในชื่อ Circuit de Valencia และชื่ออย่างเป็นทางการ Circuit de la Comunitat Valenciana Ricardo Tormo ความท้าทายสุดท้ายของเหล่านักแข่ง MotoGP™ ก่อนจะรู้ว่าใครจะเป็นแชมป์ในสนาม Circuit Ricardo Tormo แห่งนี้ มีความแคบของแทร็กเป็นอาวุธ ทำให้แซงกันได้ยากพอสมควร ซึ่งจุดนี้ก็ถือเป็นการวัดทักษะความสามารถของนักแข่งในการควบคุมรถในทางโค้งที่ต้องอาศัยวงเลี้ยวที่แคบกว่าปกติ
            โค้งไฮไลท์ : สนามแห่งนี้อาจจะไม่มีไฮไลท์พิเศษในส่วนของโค้ง แต่ส่วนที่เป็นไฮไลท์สนามตบท้ายรายการนี้อยู่ที่ความแคบของสนามแข่งขันทำให้เกิดความยากในการแซงของนักแข่ง ตัวนักแข่งต้องใช้ความสามารถในการควบคุมรถและไหวพริบในการโค้งค่อนข้างมาก

 

 

            ทั้ง 19 สนามที่เล่ามา จะเห็นได้ถึงความท้าทายและความดุเดือดที่จะเกิดขึ้นในรายการแข่งขันศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบระดับโลก MotoGP™ ในปี 2019 เรามาติดตามกันว่านักแข่งคนไหนจะสร้างประวัติศาสตร์ในฤดูกาลนี้ หรือจะมีอะไรพิเศษกว่าฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มา แล้วทัพนักกีฬาสังกัดทีม Honda จะเป็นเจ้าแห่งชัยชนะได้อีกครั้งหรือไม่ แฟน ๆ Motorsport สามารถติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ผ่าน เฟสบุ๊ก รถจักรยานยนต์ฮอนด้า หรือ LINE @HondaMotorcycleTH รับรองว่าไม่พลาดแน่นอน!

 

ขอบคุณภาพประกอบ

http://www.motogp.com/enhttps://www.bookmoto.comhttps://www.greatbiker.comhttps://www.autostation.comhttps://www.bric.co.thhttps://thailandtourismdirectory.go.th

╱╲

กลับขึ้นด้านบน

ผลิตภัณฑ์

เปรียบเทียบรถ

ตัวแทนและศูนย์บริการ